Menu
home
>>
การแก้ไขปัญหาการทรุดตัวของสะพานข้ามแม่น้ำคาน อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย โดยการปรับปรุงฐานราก และเพิ่มความแข็งแรงด้วยเสาเข็มสปันไมโครไพล์

สะพานข้ามแม่น้ำคานเป็นสะพานชุมชน ตั้งอยู่ในอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย ดังแสดงในแผนที่ รูปที่ 1 สะพานแห่งนี้เป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก มี 2 ช่องจราจร ยาว 60 เมตร แบ่งออกเป็น 6 ช่วงความยาวช่วงละ 10 เมตรมีฐานรากจำนวนทั้งหมด 7 ตอม่อ

สะพานชุมชน
สะพานชุมชน
สะพานชุมชน

โดยตอม่อที่ 2 ถึง 6 รวม 5 ตอม่อตั้งอยู่ในน้ำ โดยตอม่อสะพานเป็นตอม่อแบบเสาเข็มเดี่ยว (Pile

Bent) สะพานแห่งนี้ก่อสร้างเสร็จและถูกเปิดใช้งานมากว่า 25 ปี และจากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า ตอม่อตับที่ 5  ที่อยู่ช่วงกลางลำน้ำได้เกิดการทรุดตัวอันเนื่องจากการที่ดินใต้ฐานรากถูกกัดเซาะโดยกระแสน้ำทำให้เสียค่ากำลังรับน้ำหนักของดินเนื่องจากแรงเสียดทาน

อย่างไรก็ตามสะพานนี้เป็นสะพานของชุมชน แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นความเสียหางที่ซับซ้อน

เกินความรับผิดชอบของหน่วยงานชุมชน กรมทางหลวงชนบท โดยผู้ขอรับการประเมินจึงได้ทำการออกแบบเพื่อซ่อมแซมและดีดยกระดับสะพาน ซึ่งใช้วิธีการเสริมความแข็งแรงของฐานรากใหม่โดยใช้เสาเข็มสปันไมโครไพล์ (Spun Pile) มาประยุกต์ใช้กับการซ่อมแซมสะพาน ทำให้ตัวสะพานมีความมั่นคงแข็งแรงกว่าเดิมและปลอดภัย     ในการสัญจร อีกทั้งระหว่างการก่อสร้างยังสามารถเปิดใช้งานจราจรให้มีการสัญจรไปมาได้

สะพานชุมชน
สะพานชุมชน

ในการพิจารณาการแก้ไขปัญหาสะพานทรุดดังกล่าว ต้องทำการประเมินความเสียหายของตัวสะพานเพื่อเลือกแนวทางการแก้ไขที่ต้องสอดคล้องกับสภาพพื้นที่การทำงาน งบประมาณ สภาพการเดินทาง ของคนในพื้นที่และการขนส่งของภาคธุรกิจต่างๆ ทั้งนี้เพราะสะพานดังกล่าวตั้งอยู่บนเส้นทางหลักในการเดินทางเข้าสู่ตัวอำเภอท่าลี่

ซึ่งการแก้ไขหากพิจารณาทำการก่อสร้างสะพานใหม่อาจจะต้องใช้งบประมาณที่สูง อีกทั้งยังทำให้

การเดินทางเข้าออกในพื้นที่เกิดปัญหาเนื่องจากการก่อสร้างต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรและโดยวิธีทั่วไปที่เลือกใช้สำหรับการซ่อมฐานรากสะพานในประเทศไทยคือการสร้างโครงเฟรม (Portal Frame) คร่อมฐานรากเดิมดังตัวอย่างที่แสดง

และอีกวิธีคือการทำเสาเข็มเจาะ (Drilled Shaft) โดยทำการเจาะเสาเข็มไปยังระดับความลึกของชั้นดินแข็งที่ต้องการ ตามขั้นตอนที่แสดง

 

สะพานชุมชน

ตามวิธีการแก้ไขที่ได้กล่าวมาทั้ง 2 วิธีนั้น เมื่อพิจารณาแล้วยังคงไม่เหมาะสมกับการซ่อมแซมสะพานโครงการนี้ เนื่องจาก วิธีแรกต้องทำการสร้างโครงสร้างฐานรากใหม่และโครงสร้างอื่นที่ต้องใช้รองรับโครงสร้างสะพานเดิม ทำให้ต้องใช้งบประมาณจำนวนไม่น้อย ถ้าเลือกใช้วิธีนี้จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 7,500,000 บาท และวิธีที่สอง ในทำเสาเข็มชนิดนี้ต้องใช้พื้นที่ก่อสร้างมากเนื่องจากต้องใช้ปั้นจั่นขนาดใหญ่และอุปกรณ์ต่างๆ มากมายที่เกี่ยวข้อง จึงทำให้ไม่เหมาะสมกับพื้นที่ของสะพานชุมชนที่อยู่ห่างไกล โดยผู้ขอรับการประเมินจึงได้พิจารณาว่า ถ้าหากใช้ไมโครไพล์ ตามรูปที่ 6 มาประยุกต์ใช้กับการซ่อมแซมสะพาน จะทำให้การทำงานมีความสะดวกและมีประสิทธิภาพในการก่อสร้าง

ทั้งนี้ข้อได้เปรียบในการใช้เสาเข็มสปันไมโครไพล์คือสามารถเปิดใช้งานจราจรในขณะก่อสร้างได้

และมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า ซึ่งการซ่อมแซมวิธีนี้จะใช้งบประมาณทั้งสิ้น 4,500,000 บาท และใช้ระยะเวลาโครงการ 200 วัน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับแนวทางอื่นแล้ว การซ่อมแซมตอม่อสะพานที่ทรุดด้วยเสาเข็มชนิดสปันไมโครไพล์   จะเป็นแนวทางที่เหมาะสมที่สุด

– สะพานชุมชนในการดูแลรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบทได้รับการดูแลบำรุงรักษาอย่างต่อตามหลักวิชาการ โดยที่สอดคล้องกับหลักเศรษฐศาสตร์และสังคมศาสตร์
                    – ความรู้ด้านวิชาการด้านวิศวกรรม ในงานเฉพาะด้านได้รับการถ่ายทอดสู่บุคลากรของหน่วยงานเพื่อการพัฒนาขององค์กรที่มีคุณภาพ
                    – เป็นหน่วยงานใช้งบประมาณของทางราชการในการแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า
                   – ปฏิสัมพันธ์ระหว่างองค์กรของหน่วยงานรัฐและประชาชนในพื้นที่มีความเข้าใจ ประชาชนพร้อมเข้าใจสนับสนุนการดำเนินงาน

อื่นๆ

รูปประจำเรื่องมาตรฐาน

ประกาศแขวงทางหลวงชนบทเลย เรื่อง รัการขายทอดตลาดครุภัณฑ์ยานพาหนะและขนส่งที่ชำรุดเสื่อมสภาพ หมดความจำเป็นในการใช้งานราชการ ซึ่งมีจำนวน 22 รายการ หากผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดและขอดูพัสดุดังกล่าวได้ที่งานเครื่องกล แขวงทางหลวงชนบทเลย ได้ตั้งแต่วันที่ 25 – 7 เมษายน พ.ศ. 2565 ในเวลาราชการ จ-ศ (08.30-16.30 น.) กำหนดขายทอดตลาดครุภัณฑ์ยานพาหนะและขนส่ง วันที่ 8 เมษายน 2565 เวลาเริ่มลงทะเบียน ตั้งแต่เวลา 09.30 – 10.00 น. เริ่มประมูลเวลา 10.30 น. เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียด ได้ที่งานเครื่องกล แขวงทางหลวงชนบทเลย โทร 04 2 – 8 1 1 – 5 7 1 หรือ 0 4 2 -8 1 1 – 7 0 3

การวิเคราะห์ ออกแบบ ดำเนินการปรับปรุงแก้ไข สายทาง ลย.2002 แยกทางหลวงหมายเลข 21 – บ้านนาซำแซง (โค้งร้อยศพเดิม) โดยใช้เทคนิคด้านวิศวกรรมอำนวยความปลอดภัย และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ

Scroll Up Skip to content